สหรัฐบอมบ์ไอเอสในซีเรียพลเรือนตายเกลื่อน

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของเครื่องบินรบพันธมิตรนำโดยกองทัพสหรัฐ ต่อเป้าหมายกลุ่มไอเอสในเมืองรักกา ทางภาคเหนือของซีเรียเมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย รวมถึงเด็กและผู้หญิง 31 คน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า นายรามี อับเดล ราห์มาน ผู้อำนวยการศูนย์สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย (เอชโอเอชอาร์) เผยเมื่อวันอังคาร ว่า ผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและพันธมิตรล่าสุด รวมถึงเด็ก 19 คน และผู้หญิง 12 คน นับเป็นการทิ้งระเบิดโจมตีรุนแรงติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ต่อเมืองรักกา ที่ถูกกลุ่มไอเอสยึดครองและประกาศให้เป็นเมืองหลวงของรัฐทางศาสนา ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 และล่าสุดพื้นที่กว่าครึ่งของเมืองตกอยู่ในการควบคุมของกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ที่สหรัฐหนุนหลัง การโจมตีทางอากาศของพันธมิตรในเมืองรักกาเมื่อวันอาทิตย์ (20 ส.ค.) มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 27 คน และตัวเลขเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 167 คน นับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. นายรามีกล่าวว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงเนื่องจากเครื่องบินพันธมิตรโจมตีในย่านใจกลางเมือง ที่มีประชาชนอาศัยอยู่หนาแน่น โดยเครื่องบินจะโจมตีตรงจุดที่ตรวจพบความเคลื่้อนไหวของนักรบดาอิช (ไอเอส)

องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประเมินว่า มีประชาชนประมาณ 25,000 คนติดกับอยู่ในเมืองรักกา ซึ่งขณะนี้อาหารและเชื้อเพลิงร่อยหรอ และราคาแพงลิ่ว ส่วนนายยาน เอจลันด์ ผู้แทนสิทธิมนุษยชนยูเอ็นประจำซีเรียกล่าวว่า ขณะนี้เมืองรักกาในส่วนที่อยู่ในการควบคุมของกลุ่มไอเอส เป็นสถานที่ “เลวร้ายที่สุด” ในซีเรีย กองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐ ซึ่งปฏิบัติการโจมตีกลุ่มไอเอสทั้งในซีเรียและอิรัก กล่าวว่า ได้ใช้มาตรการทุกอย่างที่เป็นไปได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียต่อพลเรือน ในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐยอมรับว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 624 คน จากการโจมตีทางอากาศของเครื่องบินรบพันธมิตร ในซีเรียและอิรัก นับตั้งแต่ปี 2557 แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ตัวเลขจริงสูงกว่าที่สหรัฐระบุมาก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Related Posts